หน้าแรกคลังความรู้Numerical MethodsSimpson 1/3 vs 3/8: เลือกแบบไหนดี
EP 05 · ต่อเนื่อง

Simpson 1/3 vs 3/8: เลือกแบบไหนดี

เปรียบเทียบเงื่อนไข จำนวนช่วง น้ำหนัก และความแม่นของ Simpson ทั้งสองแบบ

สถานะ: เนื้อหาพร้อม · รอเพิ่มคลิปบทความฉบับเต็มเพิ่มคลิปภายหลังได้
พื้นที่สำหรับคลิป YouTube แนวตั้งเขียนเนื้อหาบทเรียนให้เสร็จก่อนได้ แล้วค่อยใส่ VIDEO_ID ภายหลัง

ภาพรวมของบทเรียน

ทั้งสองวิธีอยู่ในตระกูล Newton–Cotes และต่างกันที่จำนวนช่วงต่อหนึ่งชุด เงื่อนไขการใช้งาน และรูปแบบน้ำหนัก

เป้าหมาย: ให้ผู้อ่านเห็นทั้งภาพรวมทางเรขาคณิต ที่มาของสูตร และเหตุผลว่าค่าประมาณดีขึ้นได้อย่างไร

แนวคิดสำคัญ

  • 1/3 ใช้สองช่วงต่อชุด
  • 3/8 ใช้สามช่วงต่อชุด
  • ความแม่นขึ้นกับทั้งฟังก์ชันและจำนวนช่วง
  • บางงานสามารถผสมสองสูตรในช่วงเดียวกันได้

Simpson’s 1/3 และ 3/8 มีรากเดียวกันคือใช้เส้นโค้งแทนกราฟ แต่ต่างกันที่จำนวนช่วงต่อหนึ่งชุด 1/3 ใช้ 2 ช่วงและ 3 จุด ส่วน 3/8 ใช้ 3 ช่วงและ 4 จุด ดังนั้นการเลือกวิธีมักเริ่มจากดูจำนวนช่วงที่โจทย์หรือข้อมูลให้มา

ถ้าเลือกจำนวนช่วงเองได้และต้องการสูตรเรียบง่าย 1/3 มักเป็นตัวเลือกหลัก เพราะใช้บ่อยและมีค่าคงที่ error เล็กกว่าในหลายกรณีสำหรับ \(h\) เดียวกัน แต่ถ้าจำนวนช่วงเหลือเป็น 3 ช่วงท้าย การใช้ 3/8 มาช่วยจะเป็นทางออกที่เป็นระบบ

กฎใช้งาน: ใช้ 1/3 เมื่อ \(n\) เป็นเลขคู่ ใช้ 3/8 เมื่อ \(n\) หารด้วย 3 ลงตัว และผสมสองสูตรเมื่อจำนวนช่วงต้องครอบคลุมข้อมูลทั้งหมดพอดี

สูตรที่ใช้

\[n\equiv0\pmod{2}\quad\text{หรือ}\quad n\equiv0\pmod{3}\]

ก่อนใช้สูตร ควรอธิบายความหมายของตัวแปร เงื่อนไขจำนวนช่วง และสิ่งที่สูตรกำลังประมาณ ไม่ควรวางสูตรโดยไม่มีบริบท

น้ำหนักของ 1/3 มีรูปแบบ \(1,4,2,4,\ldots,2,4,1\) ส่วน 3/8 มีรูปแบบ \(1,3,3,2,3,3,2,\ldots,3,3,1\) เมื่อใช้หลายชุดต่อกัน ความต่างนี้มาจากจำนวนจุดที่แต่ละสูตรใช้สร้างเส้นโค้งในหนึ่งชุด

วิธีช่วงต่อชุดเงื่อนไข \(n\)ตัวคูณหน้า
Simpson 1/32ต้องเป็นเลขคู่\(h/3\)
Simpson 3/83ต้องหารด้วย 3 ลงตัว\(3h/8\)

ทั้งสองสูตร exact สำหรับพหุนามดีกรีไม่เกิน 3 แต่พจน์ error และค่าคงที่ไม่เหมือนกัน จึงไม่ควรประกาศว่าวิธีหนึ่งดีที่สุดเสมอโดยไม่ดูเงื่อนไขของข้อมูล

ตัวอย่างทีละขั้น

เปรียบเทียบด้วยฟังก์ชันเดียวกันและจำนวนจุดใกล้เคียงกัน พร้อมตาราง error

  1. กำหนดฟังก์ชันและช่วงที่ต้องการประมาณ
  2. เลือกจำนวนช่วงหรือระดับการคำนวณ
  3. หาค่าฟังก์ชันที่จุดสำคัญ
  4. แทนค่าลงในสูตรโดยแสดงทุกบรรทัด
  5. เปรียบเทียบกับค่าจริงหรือวิธีอื่นถ้ามี

ลองประมาณ \(\int_0^1 e^x\,dx=e-1\approx1.718282\) โดยใช้ \(n=6\) ซึ่งใช้ได้ทั้ง 1/3 และ 3/8 เพราะ 6 เป็นทั้งเลขคู่และหารด้วย 3 ลงตัว

วิธีค่าประมาณerrorหมายเหตุ
Trapezoid \(n=6\)1.7222570.003976ใช้เส้นตรง
Simpson 1/3 \(n=6\)1.7182890.000007ใช้ชุดละ 2 ช่วง
Simpson 3/8 \(n=6\)1.7182980.000016ใช้ชุดละ 3 ช่วง

ในตัวอย่างนี้ 1/3 แม่นกว่าเล็กน้อย แต่สิ่งที่ควรจำคือทั้งสองสูตรให้ error เล็กกว่า Trapezoid มากเมื่อฟังก์ชันเรียบ และใช้ \(h\) เท่ากัน

สิ่งที่ควรสังเกตจากภาพ

ส่วนนี้ใช้สำหรับแทรกภาพนิ่งจาก Manim หรือภาพเปรียบเทียบสำคัญ เช่น จุดตัวอย่าง พื้นที่ที่ประมาณเกิน–ขาด ตารางค่า หรือเส้นทางของ error

IMAGE SLOT: เพิ่มภาพจากคลิปภายหลัง พร้อม alt text และคำอธิบายใต้ภาพ

ข้อควรระวัง

  • อย่าใช้สูตรโดยไม่ตรวจเงื่อนไขจำนวนช่วง
  • อย่าปัดเศษเร็วเกินไปในขั้นกลาง
  • ต้องแยก “ค่าประมาณ” ออกจาก “ค่าจริง” ให้ชัด
  • ควรอธิบายว่า error ที่กล่าวถึงวัดจากอะไร
อย่าเลือกจากชื่อ: เลือกจากจำนวนช่วง ความห่างของข้อมูล และความเรียบของฟังก์ชัน

ถ้า \(n=5\) ไม่ควรฝืนใช้ 1/3 ทั้งหมดหรือ 3/8 ทั้งหมด ทางเลือกปกติคือใช้ 1/3 กับ 2 ช่วงแรกและ 3/8 กับ 3 ช่วงที่เหลือ หรือสลับตำแหน่งตามบริเวณที่ต้องการความเหมาะสม

ถ้าข้อมูลมาจากการวัดและมี noise มาก สูตรที่ใช้เส้นโค้งอาจให้ภาพหลอกว่าคำตอบแม่นขึ้น ทั้งที่ error จากข้อมูลเริ่มต้นใหญ่กว่า error จากสูตรเชิงตัวเลขเสียอีก

สรุป

ทั้งสองวิธีอยู่ในตระกูล Newton–Cotes และต่างกันที่จำนวนช่วงต่อหนึ่งชุด เงื่อนไขการใช้งาน และรูปแบบน้ำหนัก

เมื่อมีคลิปแล้ว ให้วางคลิปด้านบนเพื่อใช้ภาพเคลื่อนไหวอธิบาย intuition ส่วนหน้านี้เก็บที่มา สูตร การคำนวณ และรายละเอียดที่คลิปสั้นใส่ไม่หมด