ภาพรวมของบทเรียน
Trapezoidal Rule เชื่อมค่าฟังก์ชันที่ปลายช่วงด้วยเส้นตรง จึงสะท้อนแนวโน้มของกราฟได้ดีกว่า Riemann Sum แบบสี่เหลี่ยมในหลายกรณี
แนวคิดสำคัญ
- แบ่งช่วงเท่า ๆ กัน
- สร้างสี่เหลี่ยมคางหมูในแต่ละช่วง
- รวมพื้นที่ทุกชิ้น
- สังเกตผลของความโค้งต่อ error
Trapezoidal Rule เริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่า ถ้าขอบบนของพื้นที่ไม่ควรเป็นเส้นนอนแบบสี่เหลี่ยม เราจะใช้เส้นตรงเชื่อมค่าฟังก์ชันที่ปลายช่วงแทนได้ไหม คำตอบคือได้ และพื้นที่ใต้เส้นตรงนั้นคือสี่เหลี่ยมคางหมู
เมื่อแบ่งช่วง \([a,b]\) เป็นหลายช่วงย่อย แต่ละช่วงใช้ค่าที่ปลายซ้ายและปลายขวาสร้างสี่เหลี่ยมคางหมูหนึ่งชิ้น ความสูงเฉลี่ยของชิ้นนั้นคือ \(\dfrac{f(x_{i-1})+f(x_i)}{2}\) แล้วคูณด้วยความกว้าง \(h\)
สูตรที่ใช้
ก่อนใช้สูตร ควรอธิบายความหมายของตัวแปร เงื่อนไขจำนวนช่วง และสิ่งที่สูตรกำลังประมาณ ไม่ควรวางสูตรโดยไม่มีบริบท
ให้ \(h=\dfrac{b-a}{n}\) และ \(x_i=a+ih\) จุดปลาย \(x_0\) กับ \(x_n\) ถูกใช้ครั้งเดียว ส่วนจุดภายใน \(x_1,\ldots,x_{n-1}\) ถูกแชร์โดยสี่เหลี่ยมคางหมูสองชิ้น จึงมีน้ำหนักเป็น 2 ในสูตรรวม
รูปนี้เท่ากับสูตรเดิม \(T_n=\dfrac{h}{2}[f(x_0)+2\sum_{i=1}^{n-1}f(x_i)+f(x_n)]\) ข้อดีของการเขียนแบบแรกคือเห็นชัดว่าปลายช่วงมีน้ำหนักครึ่งหนึ่ง ส่วนจุดกลางทั้งหมดมีน้ำหนักเต็ม
ตัวอย่างทีละขั้น
คำนวณพื้นที่ใต้กราฟ 1/(1+x²) แล้วเปรียบเทียบเมื่อใช้ 1, 2 และ 4 ช่วง
- กำหนดฟังก์ชันและช่วงที่ต้องการประมาณ
- เลือกจำนวนช่วงหรือระดับการคำนวณ
- หาค่าฟังก์ชันที่จุดสำคัญ
- แทนค่าลงในสูตรโดยแสดงทุกบรรทัด
- เปรียบเทียบกับค่าจริงหรือวิธีอื่นถ้ามี
ประมาณ \(\int_0^1 \dfrac{1}{1+x^2}\,dx\) ซึ่งค่าจริงคือ \(\arctan(1)-\arctan(0)=\dfrac{\pi}{4}\approx0.785398\)
เมื่อ \(n=2\), \(h=0.5\), จุดคือ \(0,0.5,1\) และค่าฟังก์ชันคือ \(1,0.8,0.5\)
| \(n\) | \(h\) | \(T_n\) | error จาก \(\pi/4\) |
|---|---|---|---|
| 1 | 1 | 0.750000 | 0.035398 |
| 2 | 0.5 | 0.775000 | 0.010398 |
| 4 | 0.25 | 0.782794 | 0.002604 |
| 8 | 0.125 | 0.784747 | 0.000651 |
เมื่อ \(h\) ลดลงครึ่งหนึ่ง error ลดลงชัดเจน เพราะเส้นตรงในแต่ละช่วงมีโอกาสเกาะกราฟได้ดีขึ้น แต่ถ้ากราฟโค้งมากในบางช่วง การใช้เส้นตรงยังอาจประมาณเกินหรือต่ำกว่าจริงได้
สิ่งที่ควรสังเกตจากภาพ
ส่วนนี้ใช้สำหรับแทรกภาพนิ่งจาก Manim หรือภาพเปรียบเทียบสำคัญ เช่น จุดตัวอย่าง พื้นที่ที่ประมาณเกิน–ขาด ตารางค่า หรือเส้นทางของ error
ข้อควรระวัง
- อย่าใช้สูตรโดยไม่ตรวจเงื่อนไขจำนวนช่วง
- อย่าปัดเศษเร็วเกินไปในขั้นกลาง
- ต้องแยก “ค่าประมาณ” ออกจาก “ค่าจริง” ให้ชัด
- ควรอธิบายว่า error ที่กล่าวถึงวัดจากอะไร
Trapezoidal Rule ต้องใช้จุดที่เรียงห่างเท่ากันเมื่อใช้สูตร composite แบบนี้ ถ้าข้อมูลจริงห่างไม่เท่ากัน ต้องคำนวณพื้นที่สี่เหลี่ยมคางหมูทีละช่วงด้วยความกว้างของช่วงนั้นแทน
อีกจุดที่ควรตรวจคือความโค้งของกราฟ ถ้ากราฟเว้า/นูนชัด เส้นตรงอาจตัดผ่านกราฟและทำให้เกิดพื้นที่เกินกับขาดคนละบริเวณ การดูแค่ค่าประมาณหนึ่งครั้งจึงไม่พอ ควรลองเพิ่ม \(n\) หรือเทียบกับวิธีลำดับสูงกว่า
สรุป
Trapezoidal Rule เชื่อมค่าฟังก์ชันที่ปลายช่วงด้วยเส้นตรง จึงสะท้อนแนวโน้มของกราฟได้ดีกว่า Riemann Sum แบบสี่เหลี่ยมในหลายกรณี
เมื่อมีคลิปแล้ว ให้วางคลิปด้านบนเพื่อใช้ภาพเคลื่อนไหวอธิบาย intuition ส่วนหน้านี้เก็บที่มา สูตร การคำนวณ และรายละเอียดที่คลิปสั้นใส่ไม่หมด